วันเสาร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2554

- เพื่อนเก่าสมัยเรียนแวะมาเยี่ยมเยียนที่บ้าน -

.... นานๆอัพบล็อคที ช่วงนี้ชีวิตยุ่งๆนิดหน่อย เดือนนี้เดือนหน้าเดือนโน้นก็คงยุ่งมากขึ้น เพราะเป็นช่วงไฮซีซั่นแล้ว แถมที่ทำงานมีเค้าว่าจะต้องจัดร้านกันใหม่อีกด้วย อาจจะมีการต้องอยู่โยงกันตอนดึกๆ ไม่อยากจะคิดเลย เพราะเวลานอนก็มีน้อยอยู่แล้ว เดือนก่อนก็สายไปเยอะ ต้องพยายามไปถึงที่ทำงานให้ไวขึ้นก็อาจจะต้องเสียเวลาออกบ้านให้ไวขึ้นอีก จะได้ไม่ต้องไปทำงานสายกัน อาทิตย์ก่อนเพื่อนเก่าสมัยเรียนแวะมาเยี่ยมที่บ้านไม่ได้เจอกันเป็นสิบปีแล้ว ก็เลยต้องคุยระลึกความหลังกันสักหน่อย โพสคลิปจัดเต็มไว้ในยูทูปแล้ว ตามไปดูกันที่เวปได้นะครับ ก็ดีใจ เห็นว่าเจ้าดอล ติดใจ พรุ่งนี้จะพาเด็กมาปาร์ตี้ ก่งก๊ง กันต่ออีกรอบ หมดรอบนี้คงต้องอีกนานแล้วล่ะครับเพราะไม่ไหว สังสรรค์บ่อยๆ เราเองก็กรอบด้วย เพราะต้องดื่มเป็นเพื่อนเค้า แต่ก็พอมาดูคลิปย้อนหลังแล้วก็รู้สึกฮาตามไปอีกรอบครับ คุ้มจริงๆถ่ายคลิปนี่ หลงนึกว่าภาพถ่ายมีประโยชน์อยู่นาน แต่พอมาดูคลิปแล้ว นึกเสียดายที่ปาร์ตี้ก่อนๆไม่เคยถ่ายคลิปเอาไว้เลย ถ้ามีคงจะเป็นการบัน่ทึกความทรงจำที่ดีอย่างแน่นอน ขอบคุณคลิปวีดีโอ ขอบคุณเทคโนโลยียูทูป ที่พัฒนาและทำให้โลกและชีวิตดูง่ายขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะเลยครับ

www.pandagroup.pantown.com





วันเสาร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2554

~ เพราะชีวิตไม่แน่นอน เลยตัดสินใจทำประกันอีก 2 กรมธรรม์ ~

........... ถ้ามองย้อนกลับไปสักสิบหรือยี่สิบปีก่อน ตัวเองเป็นคนต่อต้านการทำประกันชีวิตมากมาย เพราะรู้สึกว่าเป็นการเอาเปรียบแถมคนที่ขายประกันก็เขี้ยวและได้ประโยชน์จากเราเยอะมาก แต่พออยู่ไปนานๆ ชีวิตก้าวข้ามผ่านพ้นวัยไปในระดับหนึ่งก็จะเริ่มรู้สึกอยากออมเงินผ่านระบบประกันชีวิต อีกทั้งเป็นหลักประกันให้ครอบครัวเราด้วย แต่ก็ยังหาประกันตัวที่ถูกใจไม่ได้ ตอนที่เท่าที่ทำก็มีแค่ประกันเด็ก ประกันสี่โรคร้ายแรงที่ทำรวมประกันชีวิตไปด้วยแต่วงเงินก็ไม่เยอะ แถมเป็นการจ่ายเงินแบบเสียเปล่า ไม่ได้อะไรคืนมา พอดีมีของอยุธยาเค้าโทรมาชวนทำประกันออมทรัพย์ระยะสั้น ทุนประกันไม่สูง แต่ดูผลประโยชน์แล้วก็โอเคอยู่ จริงๆก็ไม่ได้กะทำหรอก โทรไปปรึกษาพี่ตะวันเค้าก็สรุปว่าไม่น่าทำเพราะว่าวงเงินทุนประกันมันน้อย แถมผลประโยชน์ก็ไม่สูง ดีอย่างเดียวคือทำระยะสั้น สุดท้ายพี่แกเลยแนะนำของเอไอเอมา เป็นประกันออมทรัพย์ระยะยาวแบบ 20 ปี ทุนประกันสูง คุ้มครองสูง ก็เลยน่าสนใจ

............ จริงๆไม่อยากจ่ายแบบรายปีเลยนะ รู้สึกว่ามันก้อนโตเกินไป แต่สุดท้ายหลังจากคุยรายละเอียดพร้อมตัดสินใจก็เลยคิดว่าคงจะทำนั่นแหละ รอเงินเดือนสิ้นเดือนนี้ออกก็จะจ่ายไปเลย สรุปสองกรมธรรมป์ประกันชีวิตนี้ก็จะทำให้เราต้องเสียเงินรายปีขึ้นรวมกันหกหมื่นกว่าบาท เจ้านึง 36000 อีกเจ้า 28000 โดยประมาณ บวกกันดูเองละกัน เป็นเงินก้อนใหญ่เหมือนกันล่ะ ของอยุธยาดีหน่อยผ่อนจ่ายรายเดือนกับบัตรเครดิต แต่ของเอไอเอ ต้องจ่ายเงินก้อน พี่ตะวันแนะนำให้เปิดบัญชีแล้วออมเงินรายเดือนเอาเป็นค่าประกัน เพราะถ้าจ่ายรายสามเดือนหรือรายเดือน จะทำให้ต้องเปลืองเงินก้อนเพิ่มขึ้นอีก เพราะเค้าจะคำนวณค่าดอกเบี้ยมาด้วย จะไม่เท่ากับจ่ายรายปี จ่ายรายปีจะถูกกว่า ก็เลยเอาตามนั้นละกัน ใหนๆปีนี้จ่ายแล้วก็จะได้หักภาษีได้เลย ช่วงนี้รายได้ยังดีอยู่ ก็ไม่น่าห่วงอะไร แต่ห่วงอนาคตมากกว่าเพราะว่าเราไม่รู้ว่ารายได้ในอนาคตจะเท่ากับตอนนี้หรือเปล่า ถ้าไม่เท่าจะหมุนเงินกันอย่างไร คงเป็นเรื่องที่ต้องคิดกันต่อไป แต่ถ้าเกินสองปี อย่างน้อยประกันก็มีมูลค่าสามารถยกเลิกสัญญาได้ เพียงแต่เงินที่ได้กลับมาถ้ายกเลิกสัญญาเร็วอาจจะไม่คุ้มค่าเท่าไหร่

http://www.pandagroup.pantown.com/

วันจันทร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2554

~ โอ้ว ยินดีกับท่านเจ้าลัทธิปิงปิง หนังได้ฉายประกวดเทศกาลหนังด้วย ไม่ธรรมดาจริงๆ ~

............ เพิ่งเห็นรายชื่อหนังในเทศกาลหนังสั้น ของคุณชลิดา เอื้อบำรุงจิต มีรายชื่อหนังท่านเจ้าลัทธิปิงปิง เรื่อง Redemtion อันเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการต่อสู้กับซาตานของเจ้าลัทธิ ความยาวเกือบเก้าสิบนาที อันเป็นหนังทดลองแนวแปลก เล่าเรื่องซับซ้อนย้อนไปย้อนมา เชิงสูงแถมยังมีความเป็นแอบสตแรค สอดแทรกสัญลักษณ์มากมาย ต้องใช้ความพยายามในการดูและการตีความพอสมควร ไม่ใช่หนังตลาดๆไร้รสนิยมแบบพวกหนังห่วยๆของค่ายจีทีเฮช หลอกเด็กอมมือ เพราะงั้น ด้วยความเป็นหนังที่มีความเป็นศิลปะสูง และมีการเล่าเรื่องอย่างลึกซึ้งดื่มด่ำ การที่จะเข้าให้ถึงรสชาติเสพซึ้งถึงวิญญาณก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ น่ายินดีที่คณะกรรมการเทศกาลหนังปีนี้มีรสนิยมวิไล และสามารถเข้าถึงความสูงส่งของหนังเรื่องนี้ได้ จึงทำให้หนังได้เข้าไปติดการชิงรางวัลของเทศกาลหนังสั้นปีนี้อย่างงดงาม ได้ยินว่าหนังจะได้ฉายอย่างเป็นทางการอีกครั้งที่ หอศิลป์กรุงเทพ วันที่ 19 สิงหาคม เย็นๆมั้งครับ ดูในโปสเตอร์แล้วกัน มีช่อมะกอกอย่างสวยงาม ใครอยากไปชื่นชมงานศิลปะและหนังชั้นเลิศ ก็ไปลองยลดูนะครับ งานนี้รับประกันไม่ผิดหวังแน่ๆ สังเกตุดีๆอาจจะได้เห็นผมมีส่วนร่วมในหนังเรื่องนี้ด้วย ก็พอดีผู้กำกับคนเก่งเขาอัญเชิญไปร่วมรับเชิญในบทเล็กๆแบบมีเครดิตด้วย ไม่ธรรมดาจริงๆนะเนี่ย อิอิ

www.pandagroup.pantown.com

http://www.thaifilm.com/shortFilmDetail.asp?id=164

วันเสาร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

~ ของสะสมในอดีต บัตร ATM ใบแรกหรือเปล่าไม่แน่ใจ ~

.......... เมื่อก่อนสมัยเด็กๆ เคยสะสมบัตรเอทีเอ็มด้วยแหละ สมัยนั้นเค้าไม่ได้คิดค่าธรรมเนียมมหาโหดแบบสมัยนี้ ทำก็ฟรีเสียตังเปิดบัญชีแค่ร้อยเดียวเองมั้ง ก็เลยทำไว้แทบทุกธนาคารที่เค้าเปิดให้ทำ สมัยนั้นเพิ่งจะมีบัตรเอทีเอ็มใช้ได้ไม่นาน ผมเลยทำเป็นสมุดใส่บัตรเลย ถ้าจำไม่ผิดมีอยู่สักเกือบๆยี่สิบบัตรได้มั้ง สมัยก่อนโน้นบัตรเค้าก็ไม่ได้หรูหราอะไร แค่ทำไว้ใช้การได้ แต่มีอยู่ใบเดียวที่ยังคงใช้อยู่จนถึงปัจจุบันนี้ก็คือบัตรและบัญชีของธนาคารไทยพาณิชย์ เงินก็เข้าๆออกตลอด ค่ารายปีก็ไม่มีมั้ง มีแต่ค่าธรรมเนียมบัตรธรรมดาเหมือนจะปีละร้อยครับ ให้ทำใหม่ก็ไม่อยากทำ เพราะถ้าทำเป็นเดบิตค่ารายปีมันแพง ใช้จนบัตรหักไปแล้ว หักสองท่อนเลยนะครับ แต่ก็ยังใช้งานได้อยู่ เอาก็อตเทปมาติด ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่ามันยังใช้ได้ ดูอายุบัตรซะก่อนสิครับ สมัครตั้งแต่ปี 1991 ถึงวันนี้ก็ครบ 20 ปีซะแล้ว อายุบัตรเอทีเอ็มใบนี้มากกว่าอายุเด็กเกรียนๆบางตัวที่มันคอยรังควาน หรือสร้างความวุ่นวายให้กับผมซะอีก ถ้าเป็นคนอื่นก็คงทำใหม่ไปแล้ว คุณนายแกก็บอกให้ผมไปทำใหม่กลัวว่าบัตรจะโดนดุด แต่ผมก็เก็บอย่างดี แล้วก็ดูไม่เคยจะมีปัญหา เพราะงั้นก็คงจะต้องใช้ไปก่อน ขี้เกียจเสียเวลาไปทำบัตรใหม่ เปลืองตังด้วย ที่เหลือในกระเป๋าตังก็มีแต่บัตรเดรดิตแล้ว จากที่เคยมี สี่ใบ ตอนนี้ลดเหลือ สามใบ ปิดบัตรไปใบนึง ที่เหลือก็เคลียร์เงินหมดแล้ว เหลือไว้ถือเผื่อฉุกเฉินเท่านั้นเองครับ สบายๆ

http://www.pandagroup.pantown.com/

วันพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

~ เดือนนี้ joblovenuk โดนภาษีกะประกันสังคมไปอีก 7 พันกว่า ~

..... เฮ่อ ภาษีหนักข้อจริงๆ เห็นรัฐบาล กับพวกกองทัพ จะเรียกร้องเอาโน่นเอานี่จากภาษีของผม ไปปู้ยี้ปู้ยำ นึกแล้วน่าแค้นใจครับ เสียไปเดือนๆนึงหกพันเจ็ดพัน เอาไปให้มันใช้อีลุ่ยฉุยแฉก แถมยังมีหน้ามากร่าง ด่า มาข่มขู่ประชาชนอีก เลวระยำจริงๆไอ้พวกข้าราชการชั้นสูง เวลาก็มีน้อย แล้วยังจะดันอัพบล็อคอีก เบื่อจริงๆ สงสัยอีกหน่อยคงไม่ได้มาเขียนบล็อคแบบนี้บ่อยๆแน่ๆ ต้นเดือนหน้าคุณนายก็คลอดออสการ์อีกคนแล้ว จะเอาเวลาที่ใหนมาเขียนไดอารี่ออนไลน์ฟะเนี่ย กลับมาเรื่องภาษีกันก่อนดีกว่า ถ้ารัฐบาลลดภาษีซะบ้างก็ดีนะ หรือไม่ก็แจกแจงให้ประชาชนอย่างเราได้เห็นว่า ภาษีเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง ก็เหมือนกับประกันสังคมนั้นแหละ จ่ายเดือนๆนึงก็หลายตัง แต่เห็นหลายๆคนได้รับการบริการทางการแพทย์กันอย่างห่วยแตกสิ้นดี นึกแล้วก็เสียดายเงินอีกสองเท่า

http://www.pandagroup.pantown.com/

วันเสาร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

~ คะแนน TOEIC ของ Joblovenuk อยู่ประมาณ 7 - 800 คะแนนจ๊ะ ~

..........รอบสิบปีที่ผ่านมา ก็เคยมีโอกาสไปสอบวัดระดับภาษา โทอิค อยู่บ่อยครั้ง นับได้น่าจะราวๆ 6 - 7 ครั้ง ตั้งแต่สมัยค่าสอบยังสัก 500 แล้วก็ขึ้นมาเรื่อยๆ เดี๋ยวนี้รู้สึกจะพันสองแล้วมั้ง แพงจริงๆเล้ย แต่ถ้าใช้สิทธิพนักงานบริษัทผมก็เหลือประมาณ 600 กับ 800 คืออันหลังนี่ไปรับผลได้ แต่อันแรกนี่เค้าไม่พิมพ์ผลคะแนนให้ แต่จะส่งมาที่บริษัทเลย ก็สนุกดีครับ เป็นการท้าทายและก็วัดผลความสามารถไปในตัว ผลโทอิคนี้ก็มีหลายบริษัท โดยเฉพาะธุรกิจท่องเที่ยว สายการบิน และอีกหลายองค์กรที่เอามาเป็นตัววัดความสามารถ บ้างก็ได้ค่าภาษา หรือมีเบเนฟิตอื่นๆประกอบด้วย หรือไม่ก็เป็นตัวชี้ว่าความรู้คุณมีมากน้อยแค่ใหน ข้อสอบมีสองร้อยข้อ ฟังครึ่งนึง ข้อเขียนครึ่งหนึ่ง ไอ้ที่ยากก็จะอยู่ส่วนหลัง จริงๆข้อสอบชุดนี้ทั้งหมดไม่ยากนะครับ ถ้ามีเวลาทำพอสมควร ปัญหาคือมันต้องทำแข่งกับเวลา พูดง่ายๆก็คือ ส่วนใหญ่แทบจะร้อยทั้งร้อย ทำข้อสอบชุดนี้ไม่ทันครับ

.........เวลามีน้อย ข้อสอบมีเยอะ มีเวลาให้คิดแต่ละข้อน้อยมาก โดยเฉพาะส่วนของการฟังคือรอบเดียวผ่านแล้วผ่านเลย ต้องตาไว หูไว จับคำถามให้ได้ไวๆ แล้วก็รีบตอบ ถ้ารู้ว่าตัวเองทำผิด ห้ามลน ห้ามสติแตก ต้องโยนทิ้งอันที่ผิดพลาดแล้วก็เลยต่อไปเลยครับ ส่วนใหญ่เวลาเราทำอะไรผิดพลาดแล้วเราจะเสียสติ จะเครียด จะกดดัน ทำให้หลายข้อที่ตามมาเราก็จะทำพลาดไปด้วย และรวมถึงส่วนของเทกซ์เช่นกัน ผมเองนั้นจะถนัดส่วนเทกซ์ถามตอบ เพราะว่า ข้อสอบแบบที่มีอะไรให้อ่าน แล้วมีคำถามนั้น เราทำได้แน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่ถึงร้อยก็เกือบร้อย เพราะข้อความแบบที่ส่งให้มาหรือตามหนังสือพิมพ์ เราอ่านได้อยู่แล้ว ไม่พลาดแน่ๆ ยกเว้นเจอคำถามลวง ต้องดูให้ดีๆ แต่จะยากก็ตรงส่วนของแกรมม่า เช่น รูปประโยคแบบใหนมีคำผิด หรือการเลือกคำศัพท์ ซึ่งคล้ายคลึงกันมาก ตรงนี้จะพลาดได้ แนะนำให้ทำทีหลังครับ ทำส่วนที่ตัวเองถนัดก่อน แล้วค่อยเลือกทำส่วนที่ตัวเองไม่ถนัดอันหลังสุด หรืออาจจะมั่วไปก็สุดแท้แต่ จริงๆตรงนี้มีเทคนิคมากมายที่อยากแนะนำ เช่นการฟัง ถ้าฝึกฟังข่าว หรือฟังรายการต่างประเทศให้เยอะไว้ ก็จะคุ้นเคยกับสำเนียงฝรั่งครับ จะมีโอกาสฟังได้คล่องและลื่นมากขึ้น ส่วนแกรมม่านี่คงต้องอาศัยพื้นๆแล้วครับ ไม่สามารถติวอะไรได้

http://www.pandagroup.pantown.com/



วันพฤหัสบดีที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ศพไม่เงียบ .... กะเทาะวงการผ้าเหลืองได้แสบสันต์สุดๆ !!




.................. โอ้โฮ หนังฝรั่งทำ คนไทยแสดงเรื่องนี้ต้องบอกว่า ทำให้อึ้ง ตะลึง และตื่นเต้นไปได้ในเวลาเดียวกัน เนื่องจากหนังเกี่ยวกับวัด กับศาสนา พระสงฆ์องค์เจ้า คนไทยไม่กล้าทำหรอกครับ ทำออกมาก็ไม่พ้นโดนแบน โดนเซนเซอร์ แปลกใจทำไมหนังเรื่องนี้เข้าฉายได้อย่างรอดปรอดโปร่ง ขนาดเจ้ย ทำหนังที่พระดีดกีตาร์หน่อยเดียว ยังโดนหั่น นี่พระในหนังทำแบบที่เราคนไทยชาวพุทธ รู้เซ่นเห็นชาติ แต่ไม่กล้าอ้าปากพูด ฝรั่งมันทำซะเราอึ้งไปเลย หรือเพราะเป็นฝรั่งทำหนัง ก็เลยผ่านตลอด เพราะคนไทยยกย่องฝรั่ง ถ้าคนไทยทำกันเอง ทำเป็นดีดสะดิ้งรับไม่ได้ ฝรั่งเอามาแฉ พร้อมใจกัน อื้ออึ้ง ยอมรับว่า แบบนี้ก็มีอยู่จริง ไหง๋เป็นงั้นไปได้วะ งงจริงๆพับผ่าสิ !! ตกลงมันกี่มาตรฐานวะ คนชาติเดียวกันทำมึงรับไม่ได้ แต่ฝรั่งทำมึงรับได้ ไอ้พวกควายก.บ.ว.มันเจอหนังเรื่องนี้เข้าไปแล้วมันไม่ชักตาตั้งหรือวะ งงจริงๆพับเผื่อยสิ ... หนังเล่าเกี่ยวกับการฆาตกรรมอันโหดเหี้ยมภายในวัด ศพที่เจอโดนควักลูกตา โดนเอาเทียนยัดปาก มีร่องรอยการทรมาณก่อนตาย แต่ไม่มีใครสนใจ ตำรวจบอกว่าเป็นเพราะเด็กที่ตายเป็นแค่เด็กจรจัด ไม่มีอะไรให้น่าสืบสวนนอกจากโยนความผิดไปว่า เป็นเพราะการขัดแย้งปัญหายาเสพติดภายในวัด

................... แค่เล่าเรื่องด้านมืดภายในวัดไม่พอ หนังเรื่องนี้มีครบทุกประเด็นครับ ไม่ว่าการค้ายาภายในวัด พระลูกวัดมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กิจของสงฆ์ที่ไม่น่าจะเป็นกิจของสงฆ์ และเรืองเงินๆทองๆ รวมถึงเรื่องสกปรกอีกหลายอย่างที่คนนอกอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน หรือถึงรู้ก็ไม่อยากจะเข้าไปข้องเกี่ยว เพราะใครๆก็ไม่มีใครอยากเอามือซุกหีบ สุดท้ายพระตัวเอกที่เคยเป็นตำรวจมาก่อนก็ค่อยๆสืบคดีกันไป จนน่าตกใจว่า เรื่องราวมันซับซ้อน ซ่อนเงื่อน มีอะไรที่เกินความคาดหมายอยู่เยอะ หนังฉลาดที่ใช้ลูกหลอกเยอะมาก เล่นเอาคนดูที่พยายามจะเดาเอาหัวทิ่มหัวตำ มีการส่งซิ่กว่าอาจจะเป็นแบบนั้น อาจจะเป็นแบบนี้ เป็นคนโน้นหรือเปล่า ใส่ตัวละครที่น่าสงสัยเข้ามาเต็มไปหมด ทำท่าให้น่าคิดว่าจะมีส่วนข้องเกี่ยวกับการฆาตกรรม จนทำให้เดาทางได้ยากมาก แถมยังสร้างบรรยากาศเขย่าขวัญแบบเนียนๆโดยไม่ต้องจัดองค์ประกอบภาพให้มากเรืองและไม่ได้เน้นงานภาพที่ทำให้ดูเคลิ้ม แต่เล่นกันแบบธรรมชาติมากๆสุดๆ การได้นักแสดงที่ไม่คุ้นหน้ามาเล่นก็ช่วยสร้างความสมจริงมากขึ้นไปอีก โดยภาพรวมนี่คือหนังที่น่าพอใจสุดๆในแง่ของการเล่าเรื่อง ความแปลกใหม่ เพราะโลกของสงฆ์ เป็นเหมือนอีกโลกที่คนดูส่วนใหญ่ไม่คุ้นเคย ยิ่งเป็นภาพแบบที่เห็นในหนังแล้วด้วย ต้องบอกว่าน่าดีใจที่มีคนหยิบเรื่องราวในวัดในวาออกมาทำหนังแนวนี้ น่าติดตามตั้งแต่ต้นจนจบครับ บอกได้แค่นี้

http://www.pandagroup.pantown.com/