skip to main |
skip to sidebar
The A - Team ( สามดาว )
.........................ผมเองไม่ใช่คอหนังแอคชั่น แต่ก็ไม่เคยปฏิเสธหนังที่สร้างจากหนังสือการ์ตูนหรอกนะครับ แต่ถ้าเลือกได้ หนังแนวนี้ก็คงไม่ใช่ตัวเลือกอันดับแรก ถ้าจะต้องดูหนังในโรงสักเรื่อง ? ด้วยเหตุผลที่ว่า หนังบู๊ส่วนใหญ่มันยากที่จะสร้างความแปลกใหม่ หรืออะไรที่มันสร้างสรรค์ได้มากนัก แถมผู้กำกับหลายๆคนยังกำกับไม่ค่อยดีเท่าไหร่อีกด้วย เพราะงั้นถ้าดาราไม่โดนใจ หรือฟอร์มไม่เจ๋งจริงๆ โอกาสที่จะตีตั๋วเข้าไปดูหนังบู๊แอคชั่นสำหรับผมนั้นบอกได้เลยว่ายิ่งกว่าน้อย และการที่เช่าหนังแนวนี้มานอนดูอยู่บ้านก็เป็นอะไรที่เพลิดเพลินดีกว่าเสี่ยงไปดูในโรง ในช่วงที่ค่าตั๋วหนังมันแพงแสนจะแพง ? ซึ่งโดยมากผมก็จะคิดถูก ปีๆนึงผมจะดูหนังแอคชั่นในโรงน้อยมาก แม้จะมีคนบอกว่าหนังฟอร์มยักษ์แบบนี้ ต้องดูโรงถึงจะมันส์ แต่ผมว่าถ้าต้องมาทนดูอะไรซ้ำๆซากๆ ผมขอนอนเล่นอยู่บ้านหรือเอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่าครับ จริงๆหนังมันก็ดีอยู่นะครับ
..........................The A Team รู้สึกจะสร้างจากการ์ตูน ใช้ผู้กำกับหน้าใหม่ แต่ฝีมือในการกำกับฉากบู๊ ถือว่าทำได้ดีกว่ามาตรฐาน เปิดฉากมาก็มันส์กันตั้งแต่ต้นเรื่อง ช่วงแนะนำตัวละครทำได้ดี แล้วก็ยัดๆฉากแอคชั่นนันสตอปเข้ามาติดๆกันจนนึกว่า ไมเคิล เบย์ กำกับ มีฉากระเบิดภูเขา เผากระท่อมมากมาย ช่วงที่ใช้โมเดลแอคชั่น ภาพช่วงวางแผน สลับกับภาพปฏิบัติการณ์จริง ถือว่าเล่าได้ตื่นเต้นใช้ได้ครับ เสียดายว่าช่วงครึ่งหลังหนังค่อนข้างเนือยๆไปนิดนึง เนื่องจากคนดูคงจะเหนื่อยกับการลุ้นฉากแอคชั่นเว่อร์ๆซึ่งใส่เข้ามาเต็มพิกัดไปหน่อยในครึ่งแรก !! จริงๆมันก็ไม่ได้ถึงกับน่าเบื่อนะครับ แต่ประเด็นหักหลังหักมุม หรือการกลับมาพิสูจน์ตัวเองของฝ่ายธรรมะ ก็เป็นอะไรที่รู้ๆกันอยู่ว่าต้องเกิดขึ้น การลุ้นเอาใจช่วยให้ฝ่ายดี เอาชนะผู้ร้ายมันก็เลยถดถอยลงไป ด้วยความที่ทีมพระเอกเก่งเกินมนุษย์มนา ต่อให้ผู้ร้ายจะเจ๋งแค่ใหน แต่เราก็รู้ๆกันอยู่ว่าหนังมันไปจบอย่างไร คือไม่มีลุ้นเลยว่าทีมพระเอกจะพลาดได้อย่างไร ??
..........................ทีมนักแสดงเรื่องนี้ถือว่าแข็งปั๋งใช้ได้ เริ่มตั้งแต่ ผู้พัน เลียม นีสัน อดีต " Rob Roy " เจ้าของผลงานกระฉ่อน ตอนไปช่วยลูกสาวที่ฝรั่งเศส จนคอหนังติดตาติดใจไปตามๆกัน มากับลูกน้องหน้าใหม่สองคน หน้าคุ้นอีกคน ได้แก่ คริส คูเปอร์ พ่อหนุ่มหน้าหล่อที่เล่นหนังติดกันหลายเรื่องแล้วพักนี้ ส่วนผู้ร้ายได้ แพทริค วิลสัน สุดหล่อผัว kate winslet ใน Little Children มาเล่นบทร้าย แถม Jessica Biel มาเพิ่มความเซ๊กซี่ให้กับตัวหนัง ซึ่งก็ช่วยได้พอสมควรครับแต่บทน้อยไปนิด อยากให้เป็น Jessica Alba มากกว่ารายนั้นเซ๊กซี่ตัวแม่ !! คาแรคเตอร์แต่ละคนก็เก่งไปคนละแบบ สีสันโดดเด่นทุกคนเลยครับ ชอบที่หนังใส่มุขตลกได้ถูกจังหวะบ่อยๆ ทำให้นอกจากได้ความมันส์แล้วก็ยังได้ความฮาไปด้วยพร้อมๆกัน งานตัดต่อทำได้กระชับฉับไว พ่วงด้วยดนตรีประกอบเร้าใจมันส์ๆทำให้คอหนังแนวนี้น่าจะถูกอกถูกใจครับ สำหรับคนที่ไม่ใช่คอแอคชั่นอย่างผม ก็ยังพอนอนดูไดเพลินๆ ไม่หลับไปซะก่อนหนังจบครับ ~
ป.ล. เพิ่งดู Kick Ass เหมือนกัน ไม่ชอบเอาซะเลย เพราะหนังรุนแรงเกินเหตุ แถมยังจับประเด็นอะไรได้ไม่ชัดเจนด้วย นอกจากความวิปลาสของตัวละคร !!
www.pandagroup.pantown.com
.....................เปิด Saw 6 ดูซ้ำไปด้วยขำๆ หลอกล่อชาวบ้านเพื่อนฝูงให้ดูทีวีกันสักหน่อย แล้วเราก็พิมพ์อะไรไปเรื่อยเปื่อย เหมือนเป็นหนังไร้สาระ แต่จริงๆก็มีสาระสอดแทรกอยู่นะครับว่า คนเราควรจะเห็นคุณค่าของชีวิตทุกนาทีที่ผ่านไป คนใหนไม่เห็นคุณค่าของชีวิต ก็สมควรโดนจับไปเล่นเกมส์สยอง จะได้รู้จักเรียนรู้ซะบ้าง ? วันนี้ไม่ค่อยมีอารมณ์เขียนบล็อคเท่าไหร่ แต่ก็ยังอารมณ์ดี เลยยังไม่อยากด่าใคร เมื่อคืนนอนดูหนังไปได้ เรื่องครึ่ง ได้แก่ สามย่าน กับ Repo Man อีกแผ่นนึง หรือครึ่งเรื่อง ง่วงแสนง่วง ตอนเช้าโดนปลุกขึ้นมาเร็วอีก นึกว่ามีอะไร ที่ใหนได้ แค่มีข่าวนักฟุตบอล บุรีรัมย์ กับ ทหารบก ต่อยกันนัวเนียในแมทซ์ เอฟเอ คัพ เมื่อวานนี้ นึกว่ามีไร
.....................สามย่าน จริงๆแล้วก็ไม่ได้ห่วยอะไรมากมายนะครับ แต่มันก็ไม่ดีอย่างที่คิดไว้ หนังเป็นเรื่องสั้นสามเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกันอยู่หลวมๆ ใช้ผู้กำกับสามคน ทำหนังคนละแนว แต่โดยภาพรวมยังทำออกมาได้ไม่ดีเท่าไหร่นัก ชอบอยู่ตอนเดียวคือตอนแรก ผีบนรถทัวร์ คิดว่าน่าจะเป็น คุณพิง ลำพระเพลิงกำกับ แต่กลิ่นกับลายเซ็นต์มันไม่ชัดเจนเอาซะเลย ผมนึกว่าเป็นยุทธเลิศ กำกับซะด้วยซ้ำ ? หนังฮามาก บ้ามากๆกล้าเล่นกับมุขพิเรนๆ อย่าง ผีสาวโดนไวเบรเตอร์ ไอ้ห่า ทำไปได้ ? แต่ขำว่ะ !! ส่วนอีกสองตอนค่อนข้างน่าเบื่อ มือปืนหำสั้น ที่ บิ๊ก ทองภูมิ เล่น ก็เหมือนจะออกมาดี แต่จริงๆหนังไม่ค่อยมีอะไรเลย มุขก็จืดๆ วิธีเล่าก็มาแบบทุนต่ำเกินเหตุ แต่ก็ยังพอทนดูได้
.....................ตอนสุดท้าย ของ โก๊ะตี๋ ยังมีปัญหาอยู่เยอะมาก แล้วก็ไม่ขำด้วย ทั้งๆที่จริงๆถ้าเล่นเกี่ยวกับมุขตลกเบื้องหลังกองถ่าย น่าจะหาเรื่องราวอะไรสนุกๆมาเล่นได้มากกว่านี้เยอะ มันฝืด อืด น่าเบื่อ แป๊ก ผมว่าโก๊ะตี๋ไม่ควรจะมากำกับหนังแล้วล่ะ คงเอาดีทางนี้ไม่ได้ สู้เอาเวลาไปเล่นหนังอย่างเดียวจะเหมาะกว่าครับ !! ส่วน Repo man มาด้วยดาราอย่าง จู๊ด ลอว์ และนักแสดงออสการ์ ฟอเรสท์ วิเทเกอร์ เรื่องของฝ่ายทวงหนี้ที่คอยตามทวงอวัยวะเทียมคืนจากลูกค้าแบบโหดๆ หนังก็ยังชวนให้ติดตามนะครับ แม้จะดูเหลือเชื่อและไม่ค่อยน่าจะเป็นไปได้เท่าไหร่ ว่าทำไมกิจการแบบนี้ถึงได้มีกฏหมายอนาคตรองรับได้ แต่ยังดูไม่จบเลยไม่อยากวิจารณ์มาก ไว้คืนนี้คงได้ดูต่อ
www.pandagroup.pantown.com
Swing Girls ( สาวสวิง กลิ้งยกแก๊งค์ ) .... 3 ดาว ....
.........................Swing Girls ไม่ใช่หนังเกี่ยวกับสาวที่ชื่นชอบเซ๊กส์แบบ สวิงกิ้ง แต่อย่างใดนะครับ แต่เป็นหนังญี่ปุ่นแนว Feel Good โดยธรรมชาติ ในแบบที่ค่ายหนังเฮงซวยของเมืองไทยค่ายนึงที่พยายามทำหนังแนวนี้ แต่แม่งไม่เคยทำออกมาได้ดีสักเรื่อง ( ห่วย ) แล้วก็ไม่เป็นการพูดเกินไป ถ้าหากจะหยิบหนังเรื่องนี้ไปเทียบเคียงกับหนังเรื่อง Hula Girls ซึ่งเป็นหนังญี่ปุ่นแนวทางคล้ายคลึงกัน ที่ออกมาในปีก่อนหน้านั้น ทว่าอาจจะยังทำออกมาได้ไม่น่าประทับใจเท่าเรื่องนั้น ? มองโดยหน้าหนังภาพรวม ผมคิดว่าหนังไม่น่าจะสนุก ซึ่งก็เป็นความคิดที่ผิด เช่าหนังเรื่องนี้มาตั้งหลายวัน ไม่กล้าเปิดดูสักที จนคุณนายแกเปิดดูก่อน เลยต้องมาเริ่มดูด้วยกัน ผลก็คือผมชอบหนังเรื่องนี้ แม้ว่ามันจะมีข้อบกพร่องเยอะมาก ไม่สมเหตุผลหลายช่วง ติดจะโอเวอร์แบบการ์ตูนด้วยซ้ำ แต่โดยองค์รวมมันทำให้เรารู้สึกดีมากๆ แล้วก็สนุกไปกับเรื่องราวจริงๆ ~
.........................เด็กสาวกลุ่มนี้เดิมทีก็ไม่ได้รักดนตรี แต่จับผลัดจับผลูเข้ามารวมตัวกันเล่นวงโยธวาทิต ก่อนจะผันตัวเองไปเล่นวงดนตรีแจ๊ซชุดใหญ่ ซึ่งถ้าให้พูดตรงๆก็คงเป็นเรื่องยากมากๆที่จะฝึก คนที่ไม่มีพื้นทางดนตรี ให้เล่นเป็น และเล่นเก่งในช่วงเวลาสั้นๆ แต่ตรงนี้ผมยกประโยชน์ให้ เพราะมันคือหนัง อะไรๆก็เกิดขึ้นได้ในโลกภาพยนตร์ หัวใจของหนังมันไม่ได้อยู่ตรงนั้น หนังเรื่องนี้บอกเราหลายอย่าง ไม่ว่าคุณจะไม่มีพรสวรรค์ ไม่ว่าคุณจะไม่ได้เกิดมาเพื่อมัน แต่ถ้าคุณตั้งใจ และถ้าคุณเริ่มรัก คุณก็สามารถทำสิ่งดีๆ หรือสร้างสรรค์อะไรดีๆขึ้นมาได้ อย่างเรื่องแจ๊ซ แม้แต่คนที่เล่นดนตรีไม่เป็น ก็อาจจะสนุกและมีความสุขไปกับมันได้ และรวมถึงคนบางคนที่ ไม่มีพรสวรรค์ ไม่มีความรู้ แต่ก็อาจจะเป็นแรงบันดาลใจให้ใครต่อใครอีกหลายคน ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลง และทำอะไรบางอย่างที่แม้แต่ตัวเค้าเองก็คาดไม่ถึงได้เช่นกัน ? ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ !!
.........................ดนตรี Jazz อาจจะเป็นเรื่องไกลตัว เช่นเดียวกับ ความสุขในชีวิต กับคนบางคนก็ดูเหมือนห่างไกลเหลือเกิน ทั้งๆที่จริงๆแล้ว ความสุข ความทุกข์ มันล้วนอยู่ที่มุมมองของเรานั่นแหละครับ ถ้ามองให้สุข มันก็สุข ถ้ามองให้ทุกข์มันก็ทุกข์ คนบางคนจ่อมจมอยู่แต่กับความทุกข์ คิดอะไรแต่ด้านลบ แบบนั้นชีวิตมันจะพบเจอสิ่งดีๆ เจอความสุขได้ไงกันล่ะครับ ? การจับจังหวะดนตรี ก็ไม่ต่างจากการจับจังหวะชีวิต เพียงแต่เปลี่ยนมุมมองสักหน่อย จับจังหวะให้มันอยู่ แค่นี้ชีวิตก็มั่นคงแล้วครับ เช่นเดียวกับตัวละคร ที่พยายามคร่ำเคร่งซ้อมกันมากๆเท่าไหร่ แต่ก็ยังไม่เข้าใจความหมายของแจ๊ซซะทีเดียว จนวันนึงเมื่อจิตใจปรอดโปร่ง แค่ฟังเสียงตรงไฟแดงข้างถนน แค่นั้นก็จับจังหวะเป็นแจ๊ซได้แล้ว ดนตรีถ้าเล่นให้สนุก คุณก็จะทำมันได้ดี เล่นได้เพราะ ชีวิตก็เช่นเดียวกันครับ ถ้าคุณรู้จักสนุกกับชีวิตสักหน่อย ชีวิตคุณจะเพลิดเพลินขึ้นอีกมากทีเดียว ~
.........................สาวๆทั้งๆทีมที่ร่วมนำแสดงในหนังเรื่องนี้ ทำหน้าที่กันได้ดี แต่ด้วยความที่มีตัวละครเยอะมาก ก็เลยต้องแบ่งความโดดเด่นกันไป น่าเสียดายที่ไม่มีใครคนใดคนหนึ่งโดดเด่นขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด และกลุ่มตัวเสริมก็มาแบบ มาง่ายไปง่ายเกินไปนิด บางคาแรคเตอร์ในหนังก็ดูเตะตาดี แต่เผอิญว่าดูจอเล็กมันก็เลยทำให้การสังเกตุเป็นได้ยากกว่าดูในจอใหญ่ เพลงแจ๊ซที่เลือกมาใช้ในหนัง ก็กำลังดี เป็นเพลงสนุกๆ ไม่เอาเพลงล้ำเกินไป ฟังแล้วติดหู โดยเฉพาะฉากไคลแมกซ์ช่วงท้ายทำได้น่าประทับใจกว่าที่คิด อารมณ์ขันในหนังมีอยู่ในสัดส่วนกำลังดี ฉากง่ายๆถ้าเล่นให้เป็น มันก็ดูแล้วขำนะครับ บางครั้งในหนังบางเรื่องเค้าตั้งใจมากไปให้ขำ ดูยังไงก็ไม่ขำ อย่าให้ต้องยกชื่อผู้กำกับหรือชื่อค่ายหนังเลยครับ เด๋วจะสะเทือนใจกันอีก ? ฉากหลังของหนังเรื่องนี้ก็สวยมากๆ รวมถึงองค์ประกอบอื่นๆของหนังก็ช่วยเสริมสร้างบรรยากาศ feel good ได้เป็นอย่างดีเชียวล่ะครับ .. ใครไม่เคยดูหนังเรื่องนี้ก็ลองไปหามาดูนะครับ ไม่ผิดหวังหรอก ~
www.pandagroup.pantown.com
.................ผู้เขียนอาจจะไม่ใช่สุดยอดนักขายหมายเลข 1 นะครับ แต่เนื่องจากพอจะมีเวลาว่างบ้าง ก็เลยแวะมาแนะนำเทคนิคเล็กๆน้อยๆ สำหรับเพื่อนๆที่เป็นนักขายเหมือนกัน เผื่อจะเก็บเอาไปเป็นข้อคิด เสริมสร้างรายได้ให้ตัวเองมียอดขายมากยิ่งขึ้น จากประสบการณ์การทำงานร่วม 15 ปี ผู้เขียนก็พยายามประยุกต์ตัวเอง และปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทดลองการขายในรูปแบบต่างๆ จนประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งครับ จากตัวเลขรายได้ ที่เป็นที่อิจฉาของน้องๆ ซึ่งจริงๆแล้วผมก็ปล่อยๆให้น้องๆเขาบ้างเหมือนกันนะครับ การทำงานร่วมกัน ก็ต้องมีการแบ่งปัน มีน้ำใจให้กันบ้าง อย่างถ้าเราได้เยอะๆ เราก็ต้องรู้จักหยุด ต้องแบ่งให้น้องๆเค้าได้ยอด ได้ตังบ้าง จะกอบโกยอยู่คนเดียว มันก็อยู่ร่วมกับคนอื่นได้ลำบาก ... เงินทองของนอกกาย แต่ใครก็อยากได้
.................งานขายของหน้าร้าน ถือว่าเป็นงานที่ง่ายกว่า เซลส์แบบต้องออกเดินหาลูกค้ามั่กๆ สิ่งที่เราต้องทำก็แค่ ขยัน และ ช่างสังเกตุ !! ถ้าคุณขยันมาก คุณก็ได้มาก แต่บางครั้งปริมาณก็ไม่สำคัญเท่าคุณภาพ ความสามารถเฉพาะตัวต้องงัดออกมาใช้ครับ ตอแหล๋ ได้ก็ตอแหล๋ไปเยอะๆ ถ้าขวนขวายภาษาอื่นให้ได้เยอะๆ คุณก็จะยิ่งได้เปรียบ เช่นภาษาจีน เวียดนาม รัสเซีย หรืออะไรพวกนี้ ถ้ายิ่งคล่อง เวลาเจอลูกค้าต่างชาติพวกนี้ คุณจะตบทรัพย์เค้าได้เยอะทีเดียวล่ะครับ ส่วนภาษาอังกฤษ พื้นๆนี่ทุกคนต้องได้อยู่แล้ว มันไม่ได้เปรียบเท่าไหร่หรอกครับ อีกอย่าง ลูกค้าฝรั่งไม่ค่อยซื้อของเราเท่าไหร่ ทั้งนี้ทั้งนั้นถ้าลูกค้าเป้าหมายหลักคุณเป็นฝรั่งที่พูดอังกฤษ คุณก็ต้องฝึกให้คล่องนะครับ !! แต่เชื่อหรือไม่ครับ ลูกค้าที่มักจะมีปัญหาที่สุด และเรื่องมาก เอาใจยากที่สุด ก็คือ ลูกค้าคนไทยนั้นเอง ลองไปถามผู้ให้บริการทั่วประเทศดูได้ ไม่ว่าห้างร้าน โรงแรม สายการบิน ฯลฯ
.................ถ้าปราบลูกค้าไทยได้ คุณก็เอาลูกค้าทุกสัญชาติได้อยู่หมดแหละครับ เพราะคนไทยนี่คือสุดยอดของความจุกจิก เจ้าปัญหา เรื่องมาก แต่ถ้าบทจะเจอลูกค้าคนไทยดี พวกนี้ก็ดีใจหายเลยครับ ดีจนน่าขนลุก ? สมมุติว่าลูกค้าเค้ามา สิบคน หรือร้อยคนเนี่ย คุณต้องเล็งให้ดี พยายามเลือกและใช้สัญชาติญาณ หรือความสามารถต่างๆของคุณ ประเมินให้ได้ว่า คนใหนคือลูกค้า และคนใหนไม่ใช่ลูกค้า เป็นพวกมาเดินดูเฉยๆ งานนี้คุณจะอาศัยโชคอย่างเดียวไม่ได้ ต้องอาศัยความสามารถและประสบการณ์ด้วยครับ !! ต้องใช้คำถามฉลาดๆ และอาศัยเก็บรายละเอียด การโต้ตอบ และการแสดงออกของลูกค้า ถ้าคุณจับได้ว่าคนใหนไม่ตั้งใจซื้อ ก็จงทิ้งไปซะ หาทางชิ่งให้ได้โดยไวที่สุด และถ้าคนใหนมีแววว่าต้องการซื้อของ ก็จงจับให้มั่น และปิดการขายให้ไวที่สุด !!
.................โปรโมชั่นต่างๆของร้าน และของสินค้า คุณต้องแม่นยำครับ ส่วนลดอะไรเท่าไหร่ หรือว่า สินค้าตัวใหนมีค่าเชียร์ ค่า incentive อะไรพิเศษมากน้อยเท่าไหร่ คุณต้องรู้ จะได้เชียร์ถูก ส่วนใหญ่ตัวที่มีค่าเชียร์มักจะขายยากกว่าตัวปกติ เพราะงั้นก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของคุณล่ะว่าจะนำเสนอสินค้าอย่างไร และปิดการขายให้ได้อย่างไร ? นักขายที่ดีไม่ควรเปิดโอกาสให้ลูกค้าสงสัยหรือซักถามอะไรมากนัก ต้องพยายามนำเสนอแบบไวสุดๆ และพยายามจี้ข้อดีของสินค้า และชักจูงโน้มน้าวให้ลูกค้าตัดสินใจซื้ออย่างเร็ว เพราะยิ่งเนิ่นนานออกไป ลูกค้าก็จะเกิดความลังเล และสุดท้ายก็อาจจะไม่ซื้อสินค้าจากเรา ? ถ้าเลือกได้ อย่าเทคลูกค้าที่มาแบบครอบครัวใหญ่ เพราะมากหัวก็มากเรื่อง เทคลูกค้ามาเดี่ยว หรือมาเป็นคู่ผัวเมียจะง่ายกว่ากันเยอะครับ แต่ถ้าเป็นกรุปทัวร์ ต้องดูสัญชาติด้วยครับ บางชาติก็จะซื้อตามๆกัน เราก็ต้องอย่าปล่อยให้เพื่อนเทคคนเดียว ต้องเสียบ
( ต่อวันหลังนะครับ )
www.pandagroup.pantown.com
20 th Century Boy 3 ( มหาสงครามวิบัติ ดวงตาถล่มโลก ) .... 2 ดาวครึ่ง ....
........................โคตรโหดครับ บอกได้คำเดียว เพราะหนังฟอร์มยักษ์ แอคชั่นไซไฟ ไตรภาคที่สร้างจากการ์ตูนดังที่ผมเกิดไม่ทันเรื่องนี้ ( หมายถึงมันถูกเขียนขึ้นในยุคหลัง จากที่ผมเลิกอ่านการ์ตูนไปแล้ว ) มันแบบว่า " มหากาพย์ " มากๆๆ คือเป็นหนังทุนสูงที่มีเรื่องราวเยอะ แล้วก็หั่นให้มันเหลือสั้นๆไม่ได้ ตรงนี้ผิดกับหนังอย่าง Lord of the Rings ที่ผมมองว่า เนื้อหาน่าจะหั่นได้ให้สั้นลง แต่เรื่องนี้เท่าที่มองๆดู หั่นยากครับ มันก็เลยถูกสร้างออกมาเป็น หนัง 3 ภาค ซึ่งแต่ละภาค ก็ยาวๆในตัวกันทั้งนั้น อย่างภาคสุดท้ายนี้ ปาเข้าไปเกือบ 3 ชั่วโมงนะครับ แม่เจ้า ตอนที่ผมเริ่มเปิดดูก็รู้สึกเพลียๆ เมื่อยล้ามากๆอยากหลับ แต่ก็ต้องทนดูตั้งแต่ สามทุ่มนิดๆ ไปจบเอาตอนเที่ยงคืน ทั้งๆที่คิดว่าหนังน่าจะจบสัก 5 ทุ่ม เพราะไม่คิดว่าหนังจะยาวเกินมาตรฐาน !!
........................ภาคสุดท้ายนี่กินเวลาข้ามไปในยุคอนาคต เหตุการณ์ผ่านไปเกือบ 20 ปี เป็นรุ่นลูกๆของตัวละครเอกกันแล้ว แต่ทีมตัวเอกก็ยังไม่ตายกันนะ เล่นกันตั้งแต่เด็กจนแก่เชียวล่ะ หนังหาเหตุผลของเรื่องราวทั้งหมด ไปสู่บทเฉลยได้อย่างมีเหตุผลพอประมาณครับ แม้เหตุการณ์รายล้อมหลายอย่างยังยากที่จะเชื่อว่ามันจะเกิดขึ้นจริงๆได้ แต่ก็อย่างว่าแหละครับ นี่มันการ์ตูนนี่นา จริงๆหนังมีองค์ประกอบหลายอย่างที่ดูเข้าท่านะครับ เพียงแต่วิธีการที่หนังเลือกมา กลับทำให้มันดูน่าขบขัน เพราะหนังไม่เน้นความสมจริง แต่เน้นให้มันแหวกจนดูหลุดโลกมากๆ เช่นคอสตูมของฝ่ายกองทัพเพื่อน ? น่าตลกที่ ขบวนการเพื่อน ก่อการวุ่นวายจนโลกกลายเป็นอะไรก็ไม่รู้ แต่ขบวนการต่อต้านเพื่อน ถึงได้มีกำลังแค่หยิบมือนึง แล้วขบวนการที่อยู่ต่างประเทศล่ะ ไม่มีใครทำอะไรเลยเหรอ งอมืองอเท้า แล้วเพื่อนจะบงการควบคุมโลก ควบคุมประเทศอื่นๆอย่างไร ไม่เห็นบอก
........................ดูเหมือนหนังจะพยายามขายเพลง และความหมายของบทเพลงที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจผู้คน แต่ประเด็นนี้ดูเหมือนเลื่อนลอยเอามากๆ เพราะผมไม่เชื่อเลยว่า เพลง กูตาลาลา บ้าบออะไรเนี่ย จะทำให้ประชาชนที่ใหนมีอารมณ์ร่วม ในช่วงเวลาของความเสื่อมสลายแบบนั้น บทเพลงเพลงเดียว จะมีอิทธิพลต่อจิตใจผู้คนได้จริงหรือ ? ถ้าบอกว่า ตำราศาสนา มีอิทธิพลต่อจิตใจผู้คนอย่างหนังเรื่อง Book of Eli ยังดูจะน่าเชื่อกว่า ? จุดหนึ่งที่หนังนำเสนอได้น่าคิดก็คือ คนๆหนึ่งที่อาศัยเล่ห์กล หรือมอมเมาให้ประชาชนส่วนใหญ่เกิดความเชื่อ เกิดความเลื่อมใสศรัทธาได้เนี่ย สามารถทำร้ายและทำลายโลกและมนุษย์ชาติได้รุนแรงขนาดใหน ? อาจจะดูเหมือนเว่อร์ แต่โลกนี้ก็ยังเคยมีคนอย่าง " ฮิตเล่อร์ " หรือแม้แต่ไอ้พวกปลุกม๊อบอย่าง ไอ้สัตว์ สนธิ ไอ้สัตว์จำลอง และอีกหลายตัวที่อาศัยความโง่ของผู้คน สร้างประโยชน์ให้กับตัวเองอยู่เรื่อยๆ
........................ตัดเรื่องเทคนิคพิเศษออกไป ตัดความเป็นแอคชั่นไซไฟออกไป บทเฉลยของหนังเรื่องนี้มันอยู่ตอนท้าย ซึ่งถือว่าเป็นการคลี่คลายปมที่น่าตกใจพอสมควร มันเป็นอะไรที่ดราม่ามากๆๆ ทุกอย่างที่เกิดขึ้น ความวิกลจริต ของคนๆนึงที่ส่งผลให้คนทั้งโลกต้องล้มตายไปหลายพันล้านคน เกิดมาจากเหตุการณ์เล็กๆที่ใครต่างนึกไม่ถึง การตกเป็นเหยื่อถูกทำร้าย ถูกกลั่นแกล้งของสังคม ทำให้เด็กคนหนึ่งเติบโตขึ้นมาอย่างวิกลจริต !! ทำให้เด็กบางคนถึงกับต้องคิดสั้น ฆ่าตัวตาย !! โลกเรามันก็โหดร้ายแบบนี้แหละครับ ดีแต่โทษกันไป โทษกันมา แต่จะมีสักกี่คนที่กล้ายอมรับผิดในสิ่งที่ตัวเองทำลงไป ไอ้ชั่วหลายคนบนโลกใบนี้ ก็ชอบซะเหลือเกินที่จะให้คนอื่นมาขอโทษตัวเอง หรือขอโทษคนอื่น ทั้งๆที่ไม่ได้ดูตัวเองเลยว่า สิ่งที่ตัวเองทำมันก็ไม่ได้ดีเด่กว่าคนอื่นเขา ? " เพื่อน " ก็ไม่ต่างจากพวกที่ใช้นามแฝง แอบอยู่ตามซอกหลืบของโลกไซเบอร์เพราะแอบด่าทอกันมันง่ายกว่า การถอดหน้ากาก เข้ามาพูดคุยกันดีๆแบบผม จริงใหมล่ะ ไอ้หน้าตัวเมีย
www.pandagroup.pantown.com
........วันนี้เป็นวันหยุดพักผ่อนที่อบอุ่นสำหรับครอบครัวอีกวัน เพราะคุณย่ามูวี่และคุณนกพี่เลี้ยง ได้มาพักค้างกันที่บ้านเรา ตอนเช้าก็พากันไปให้อาหารปลา กะว่าจะไปตัดผมแต่ร้านตัดผมดันปิด ก็เลยไม่ได้ไปใหนกัน แวะไปฝั่งนวนคร ไปสมัครสมาชิกร้านพิซซ่า ซื้อ 1 แถม 1 แล้วก็รอสั่งพิซซ่าหน้าซีฟู๊ด กับ ทรอปปิคคอลซีฟู๊ด มาทานกันที่บ้าน หมดไป 849 บาท รวมค่าสมัครบัตร ก็รูดบัตรเอาคุ้มค่านะครับ ทานกันสี่คน ทานกันแทบไม่หมด ชวนเพื่อนบ้านมาทานด้วยอีกคน คุณพร ส่วนมูวี่มาทานตอนเย็น ก็คุณย่าแกชอบทานพิซซ่าน่ะครับ ก็เลยต้องเลี้ยงพิซซ่ากันบ่อยๆหน่อย ทานกันจนอิ่มแปร้กันเลยทีเดียวเชียว
........ช่วงบ่ายก็นอนพักผ่อน ดูทีวีกัน แวะไปส่งคุณนายจัดการเรื่องหวย แล้วก็รีแลกซ์อยู่บ้าน เย็นๆก็ไปซื้อกับข้าวมาทานร่วมกันทั้งครอบครัว อิ่มอร่อยไปตามๆกัน ส่วนคุณนายกับคุณนกรู้สึกจะกินปลาเผากัน จริงๆเดิมทีกะว่าจะไปตลาดไท ไปเอาปลานิลมาเผากันแบบเป็นสิบตัว แต่ผมขี้เกียจ แล้วก็คิดว่า มันจะเหนื่อยและยุ่งยากเกินไป เลยคิดว่าเอาพิซซ่าดีกว่า ง่ายสะดวกกว่ากันเยอะเลย พรุ่งนี้ก็กลับไปทำงานแล้วครับ คงจะเอาย่าไปส่งตอนเช้า หรือไม่ก็ไปส่งกันตอนดึกวันนี้แหละ เด๋วคิดดูก่อนว่าจะเหนื่อยหรือเปล่า เพราะใจผมไม่อยากไปส่งตอนเช้า รถมันติดน่ะครับ ขับรถดึกๆน่าจะสะดวกกว่า ถ้าไม่ติดว่าอาจจะลำบากนิดหน่อย
www.pandagroup.pantown.com 
................เดิมทีไม่เคยคิดอยากเสียเวลา ลดตัวลงไปด่าเวปสัตว์นรกเวปนึง ที่มีแอดมิน หรือคนดูแลเวป มีหน้าที่การงานดีขนาดเป็น หมอ แต่พอดีเพิ่งมีคนส่งข้อความต่ำๆของสัตว์นรกตัวนี้มาให้อ่าน อ่านแล้วก็อดตกใจไม่ได้ นี่เหรอวะ คนเป็นหมอ สงสัยจะเป็น " หมอผ่าไข่หมา " จริงๆอย่างที่เขาว่ากัน .. แม่ง หมอที่ใหนจะมีเวลาว่าง มานั่งดูคนทะเลาะกัน แล้วก็เที่ยวตีไข่ใส่สี ยำใหญ่ แล้วเที่ยวยุยงชักชวนคนอื่นให้มาดูคนทะเลาะกัน แม่ง จิตใจหมอตัวนี้มันคงเสื่อมฉิบหายเลย สงสารคนไข้ กับคนที่อยู่ใกล้ชิดมันจริงๆ น่าจะพาไปให้จิตแพทย์บำบัดบ้างได้แล้ว !!
................ถ้าอาชีพอย่างมันมีเวลาว่างมาก น่าจะไปทำประโยชน์ให้สังคมมากกว่า ทำตัวเสื่อมๆแบบนี้ เห็นแล้วมันทุเรศฉิบหายเลยว่ะ แล้วไอ้พวกสาวกของนายชาติชั่วรายนี้ ที่ยังคอยเป็นแข้งเป็นขา คอยเชลียร์มัน นี่ก็อุบาทว์จริงๆ จิตใจหยาบทรามต่ำช้าได้อีก มีแต่พวกเดนคนแบบนี้มิน่าประเทศนี้มันถึงดูหนักๆยังไงชอบกล ? เออ แล้วขอบอกอะไรอีกอย่าง ไอ้พวกที่ประกาศตัวว่าไม่ใช่เกย์ เกลียดเกย์ อะไรเนี่ยน่ะครับ แต่ปากแรงยิ่งกว่าชะนี เที่ยวเขียนข่าวยุแยงให้คนตีกันให้หนักเนี่ย ดูยังไงก็สันดานเกย์ครับ ต่อหน้าก็แอ๊บว่าเกลียดเกย์ ลับหลังแหม๋ เรียกชาวปาล์มมากระแทกตูดไม่ยั้งเลยนะจ๊ะ ระวังจะเป็นข่าวลงเวปถ่อยของตัวเองซะเองล่ะจ๊ะ เตือนไว้ก่อนนะ ~
................เคยคิดจะอัพบล็อคเม๊าท์พวกถ่อย เหมือนคอลัมน์ซ้อเจ็ดเหมือนกัน แต่คิดไปคิดมาคิดว่าสำนวนเรายังไม่เด็ดขาดพอ เอาไว้ก่อนดีกว่า ไว้มีอารมณ์เมื่อไหร่ อาจจะอัพบล็อคให้ซี๊ดซ๊าดกันทั้งบาง เพราะถ้ากูเล่นทั้งที พวกมึงได้หนาวตั้งแต่ ไอ้สัตว์ปลาวาฬ จนถึงไอ้วร ฯ ทีเดียวเชียวล่ะ หุ หุ !! อ้อ แล้วผมว่า ไอ้พวกถ่อยๆที่ตามเวปถ่อยๆของพวกมัน สัตว์ประเภทที่ว่า กล้าด่าคนอื่นทั้งๆที่ไม่รู้จักเขาดีพอ หรือด่าตามน้ำตามคนอื่นที่เลวเหมือนกันไปด้วยได้เนี่ย ... คงมีแต่พวกลูกกะหรี่ หรือพ่อแม่สมสู่กันเองเท่านั้นแหละ เห็นแล้วก็อยากจะช่วยมอบทางสว่างให้พวกสัตว์นรกพวกนี้เหมือนกันนะ แต่เราไม่มีเวลาว่างเหมือนท่านปิงเขา ก็คงได้แต่ปล่อยมันไป เพราะสัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรมอยู่แล้ว ... จริงใหมล่ะ ไอ้พวกลูกกะหรี่จากเวปถ่อยที่เข้ามาอ่าน ...
www.pandagroup.pantown.com